วันจันทร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2559

กลุ่มคำสั่ง Data Definition language

(Data Definition Language-DDL )

- ภาษาที่ใช้สำ หรับนิยามข้อมูล (Data Definition Language-DDL )
Data Definition Language (DDL) เป็นภาษาที่ใช้นิยามโครงสร้างข้อมูล เพื่อเปลี่ยนแปลง หรีอ
ยกเลิกโครงสร้างฐานข้อมูลตามที่ออกแบบไว้ โครงสร้างดังกล่าวคือ สคีมา (Schema) นั้นเอง ตัวอย่างเช่น
การกำ หนดให้ฐานข้อมูลประกอบด้วยตารางอะไรบ้าง ชื่ออะไร ประเภทใด มีอินเด็กซ์ (Index)
เอกสารประกอบการบรรยายวิชา 204204 การออกแบบและพัฒนาฐานข้อมูล 8 - 2
ภาษา DDLประกอบด้วย 3 คำ สั่งคือ

1.คำสั่งการสร้าง (Create) ได้แก่ การสร้างตารางและอินเด็กซ์
CREATE TABLE
( Attribute 1 Type 1,
Attribute 2 Type 2 ,)

CREATE Unique Index on X


เช่น
CREATE TABLE S11
(SNO CHAR(5) Not NULL,
SNAME CHAR(10) ,
STATUS integer)
CREATE Unique Index XS11 on S11(SNO)

2.คำสั่งเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง
ALTER TABLE < ชื่อตารางที่ตั้งขึ้น >
<คำ สั่งการเปลี่ยนแปลง> (<ชื่อคอลัมน์ ประเภทข้อมูล>);
ตัวอย่างเช่น
ALTER TABLE SUPPLIER
ADD (LAST_SNAME Char(10));

3.คำสั่งยกเลิก (Drop) ต่างๆ
การลบโครงสร้างตาราง
DROP TABLE < ชื่อตารางที่ตั้งขึ้น >


ภาษาดังกล่าวคือ ภาษาที่ใช้สร้างฐานข้อมูลลงในคอมพิวเตอร์ หลังจากที่เราได้ออกแบบแล้วว่า
ฐานข้อมูลมีกี่รีเลชั่น แต่ละรีเลชั่นมีความสัมพันธ์อย่างไร จากนั้นการใช้ภาษา DDL นี้แปลงรีเลชั่น
ต่างๆ ให้อยู่ในรูปภาษาสำ หรับนิยามข้อมูล เพื่อป้อนเข้าสู่ระบบฐานข้อมูล เพื่อสร้างฐานข้อมูลที่แท้จริง
ให้เกิดขึ้นในคอมพิวเตอร์ ภาษา DDL สามารถสรุปคำ สั่งต่างๆได้ดังตอไปนี้

CREATE TABLE = นิยามโครงสร้างข้อมูลในรูปตารางบนฐานข้อมูล
DROP TABLE = ลบโครงสร้างตารางข้อมูลออกจากระบบ
ALTER TABLE = แก้ไขปรับปรุงโครงสร้างตาราง


CREATE INDEX = สร้างดัชนีของตาราง
DROP INDEX = ลบ ดัชนีของตารางออกจากระบบ
CREATE VIEW = กำ หนดโครงสร้างวิวของผู้ใช้
DROP VIEW =ลบโครงสร้างวิวออกจากระบบ

-คำสั่งนิยามโครงสร้างตาราง
การสร้างตารางใน ฐานข้อมูลแบบรีเลชั่นเนล โดยเฉพาะฐานข้อมูลขนาดใหญ่บนระบบ
UNIX จะทำ ด้วยการป้อนคำ สั่งในลักษณะเท็กซ์โหมด (Text Mode) เข้าไปในระบบฐานข้อมูล ดังรูป
แบบต่อไปนี้
CREATE TABLE <ชื่อตาราง>
(<ชื่อคอลัมน์ ประเภทของข้อมูล>[,<ชื่อคอลัมน์ ประเภทของข้อมูล>]....);
- ประเภทของข้อมูล
ประเภทของข้อมูลแบ่งเป็น 5 ประเภทใหญ่ๆ ขึ้นอยู่กับซอฟต์แวร์ระบบฐานข้อมูลที่ใช้
ว่าคืออะไร ตัวอย่างเช่น CHAR, INTEGER, DATE ฯลฯ
คำ สั่งการลบโครงสร้างตาราง
DROP TABLE <ชื่อตารางที่ต้องการลบ>
คำ สั่งการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างตาราง
ในกรณีที่ต้องการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างตารางที่เคยนิยามไว้ สามารถใช้คำ สั่งต่อไปนี้
ALTER TABLE <ชื่อตารางที่ต้องการเปลี่ยนแปลง>
<คำ สั่งการเปลี่ยนแปลง><[,<ชื่อคอลัมน์ ประเภทของข้อมูล>]>
คำ สั่งดัชนี
ดัชนี ( INDEX ) มีความสำ คัญมากต่อฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ เนื่องจาก ระบบฐาน
ข้อมูลแบบรีเลชั่นเนล (RDBMS) จะใช้ดัชนีในการค้นหาระเบียนที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว โดยดัชนีที่
ถูกสร้างขึ้น จะเก็บไว้แยกจากตารางในพื้นที่ต่างหาดของคอมพิวเตอร์ โดยปกติ ถ้าไม่มีการประกาศ
ดัชนี ไว้การค้นหาข้อมูลในตาราง นั้นจะต้องทำ แบบเรียงลำ ดับจากแถวที่หนึ่งจนถึงแถวสุดท้าย การ
สร้างดัชนีสำ หรับตารางใดๆ จะทำ ได้โดยการเลือกคอลัมน์ใดคอลัมน์หนึ่งจากตารางมาเป็นดัชนี และตา
รางหนึ่งๆ สามารถมีได้หลายดัชนี นอกจากเพิ่มความรวดเร็วในการดึงข้อมูลแล้ว ยังสามารถนำ ไปใช้ในการควบคุม
คอลัมน์ที่นำ มาสร้างเป็นดัชนีให้มีการเก็บข้อมูลที่ไม่ซำ้กัน(Unique) อีกด้วย

การสร้างดัชนีจะใช้คำ สั่ง CREATE INDEX แล้วตามด้วยชื่อดัชนีที่เราตั้งขึ้น ดังรูปแบบ
ต่อไปนี้
CREATE [UNIQUE] INDEX < ชื่อตารางที่ตั้งขึ้น >
ON (<ชื่อตารางที่สร้างดัชนี> (< ชื่อคอลัมน์ 1> [,< ชื่อคอลัมน์ 2>]…);
การลบดัชนี
เมื่อต้องการลบดัชนีที่สร้างขึ้น ก็สามารถทำ ได้ด้วยคำ สั่ง DROP INDEX แล้วตามด้วย
ชื่อดัชนีที่ต้องการลบ ดังรูปแบบดังนี้
DROP INDEX <ชื่อดัชนี>


-ภาษาสำ หรับการจัดการข้อมูล (Data Manipulation Language-DML)หลังจากที่เราสร้างโครงสร้างฐานข้อมูลขึ้นแล้ว
คำสั่งต่อไปในการป้อนข้อมูลลงในฐานข้อมูลและเปลี่ยนแปลงข้อมูล ในฐานข้อมูล โดยการใช้ภาษาสำ หรับการจัดการข้อมูล (Data ManipulationLanguage-DML)ใช้จัดการข้อมูลภายในตารางภายในฐานข้อมูล และภาษาแก้ไขเปลี่ยนแปลงตาราง
แบ่งออกเป็น 4 Statement คือ
• Select Statement : การเรียกหา (Retrieve) ข้อมูลจาก ฐานข้อมูล
• Insert Statement : การเพิ่มเติมข้อมูลลงใน ตาราง (Table) จาก ฐานข้อมูล
• Delete Statement: การลบข้อมูลลงออกจาก ตาราง (Table) จาก ฐานข้อมูล
• Update Statement: การเปลี่ยนแปลงข้อมูลลงใน ตาราง (Table) จาก ฐานข้อมูล

SELECT = เรียกค้นข้อมูลในตาราง
INSERT = เพิ่มแถวข้อมูลลงในตาราง
DELETE = ลบแถวข้อมูล
UPDATE = ปรับปรุงแถวข้อมูลในตาราง

คำ สั่งค้นหาข้อมูล (Query Statement)
คำ สั่ง SELECT เป็นคำ สั่งการเรียกดูข้อมูล หรือ ค้นข้อมูล ตามเงื่อนไขที่ระบุบ เนื่องจากคำ สั่ง
SELECT เป็นคำ สั่งที่มีรูปแบบการใช้งานที่ง่ายเพื่อช่วยในการค้นหาข้อมูลที่ซับซ้อน ดังมีรูปแบบดังนี้
SELECT <ชื่อคอลัมน์ที่ต้องการดูข้อมูล>
FROM <ชื่อตาราง>
WHERE <เงื่อนไขตามที่ระบุบ>
SELECT --- เป็นคำ สั่งให้ทำ การเรียกดูข้อมูลในคอลัมน์ที่ระบุ ซึ่งอาจจะมากกว่า หนึ่งก็ได้ และถ้ามี
มากกว่าหนึ่งคอลัมน์ต้องคั่นด้วย คอมม่า (,) และนอกจากนี้ยังสามารถใช้เครื่องหมาย
ดอกจัน (*) เพื่อแสดงถึงการขอดูข้อมูลทั้งหมดได้อีกด้วย

FROM --- เป็นคำ ส่วนประกอบของคำ สั่งที่บอกถึงตารางที่ต้องการดู ซึ่งอาจจะมีมากกว่าหนึ่งตารางก็
ได้ ที่จะถูกเรียกใช้จากคำ สั่ง SELECT
WHERE--- เป็นส่วนประกอบของคำ ส่ง ที่ใช้บ่งบอกเงื่อนไขที่จะใช้ในการค้นหาข้อมูล ขึ้นมาจากตา
รางใด ๆ ที่อยู่หลัง FROM นี้
การเรียกดูแบบซ้อนกัน (Nested SELECT Statement)
SELECT <ชื่อคอลัมน์>
FROM <ชื่อตาราง>
WHERE <ชื่อคอลัมน์> IN
( SELECT <ชื่อคอลัมน์>
FROM <ชื่อตาราง>
WHERE <ชื่อคอลัมน์> )
คำ สั่งเติมข้อมูล (Insert Statement)
INSERT INTO < ชื่อตาราง >
VALUES (< ชื่อคอลัมน์ 1> [,< ชื่อคอลัมน์ 2>]…);
คำ สั่งแก้ไขและลบแถว (Update Statement )
UPDATE < ชื่อตาราง >
SET <ค่าที่ต้องการ>
WHERE <เงื่อนไข>

-ภาษาควบคุม (Control Language)
ใช้เป็นภาษาที่ใช้ควบคุมระบบรักษาความปลอดภัย ของฐานข้อมูล ประกอบด้วยคำ สั่ง 2 คำ สั่งคือ
• คำ สั่ง GRANT เป็นคำ สั่งที่ใช้กำ หนดสิทธิให้กับผู้ใช้แต่ละคนให้มีสิทธกระทำ การใดกับข้อมูลเช่น
การเพิ่มข้อมูล การแก้ไข หรือ การลบข้อมูลในตารางใดบ้าง
• คำ สั่ง REVOKE เป็นคำ สั่งให้มีการยกเลิกสิทธนั้นหลังจากที่ได้ GRANT แล้ว
ค่าบูลลีน ( Boolean-Type Data)
• AND
• OR
• NOT

• =
• > หรือ >=
• < หรือ =< • <>
• Bulit-In Function
• COUNT
• SUM
• AVG
• MAX
• MIN
• DISTINCT
ชุดคำ สั่ง GROUP BY, ORDER BY และ HAVING
เนื่องจากข้อมูลที่สนใจมักจะเป็น ผลสรุป หรือ ข้อมูลที่ใช้ในการตัดสินใจ ภาษา SQL จึงได้ออก
แบบให้มี ชุดคำ สั่งพิเศษ ที่ทำ หน้าที่แบ่งออกเป็นกลุ่มๆ ได้แก่
1.1 ชุดคำ สั่ง GROUP BY
GROUP BY เป็นคำ สั่งให้มีการจัดกลุ่มแถวข้อมูลตามคอลัมน์
โดยข้อมูลที่เหมือนกันจะถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเดียวกัน ดังนั้นจากตัวอย่างตาราง S
SELECT S# , MAX( QTY)
FROM SPJ
GROUP BY S#
ผลลัพธ์
S# QTY
S1 700
S2 800
S3 500
S4 300
S5 800
1.2 ชุดคำ สั่ง ORDER BY
ORDER BY เป็นคำ สั่งให้มีการเรียงลำ ดับข้อมูลในแถวข้อมูลตามคอลัมน์

โดยข้อมูลที่เหมือนกันจะถูกจัดเรียงจากน้อยไปมาก ถ้าไม่การระบุบ แต่ถ้าระบุบว่าเป็น DESC
จะเรียงจากมากไปน้อย ดังนั้นจากตัวอย่างต่อไปนี้
SELECT S# , MAX( QTY)
FROM SPJ
GROUP BY S#
ORDER BY 2 DESC
S# QTY
S5 800
S2 800
S1 700
S3 500
S4 300
หมายเหตุ ตัวเลข 2 ที่อยู่หลัง ORDER BY จะเป็น การบอกระบบให้ทำ การเรียงลำ ดับข้อมูล
ตามลำ ดับคอลัมน์ที่ 2 ของคำ สั่ง SQL ซึ่งก็คือ MAX(QTY) นั่นเอง
1.3 ชุดคำ สั่ง HAVING
HAVING เหมือนกับคำ สั่ง WHERE ที่ต้องตามด้วยเงื่อนไข แต่ HAVING จะใช้ในกรณีที่มีการจัดก
ลุ่มหรือการใช้ GROUP BY
สรุปชุดคำ สั่งมาตรฐานของ SQL
1. CREATE TABLE [[database.]owner.]table_name
(column_name datatype [not null null] IDENTITY [(seed, increment)][constraint]
[, column_name datatype [not null null IDENTITY [(seed, increment)]]].
[constraint] …)
[ON segment name]
2. DELETE [FROM] table_name
WHERE column_name = “value”
3. ALTER TABLE [[
]]
ADD 
NULL [Canstsaint]
[WITH nocmeck]
{drop [ ]
4. UPDATE table_name
SET column_name= value
WHERE column_name =operator_value

5. CREATE VIEW View_name AS
SELECT column
FROM table_1 ….

WHERE table_key_1=table_key_2

วันจันทร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2559

กลุ่มประเทศอาเซียน

ประเทศอาเซียน 10 ประเทศ

Asean-AEC-flag
ปัจจุบันประเทศในอาเซียน มีอยู่ 10 ประเทศ โดยมีข้อมูลของแต่ละประเทศดังนี้


1.ประเทศบรูไน ดารุสซาลาม (Brunei Darussalam)
เมืองหลวง : บันดาร์ เสรี เบกาวัน
ภาษา : ภาษามาเลย์ เป็นภาษาราชการ รองลงมาเป็นอังกฤษและจีน
ประชากร : ประกอบด้วย มาเลย์ 66%, จีน11%,อื่นๆ 23%
นับถือศาสนา : อิสลาม 67%, พุทธ 13%, คริสต์ 10%
ระบบการปกครอง : ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์
จุดแข็ง
– การเมืองค่อนข้างมั่นคง
– รายได้เฉลี่ยต่อคนเป็นอันดับ 2 ในอาเซียน อันดับ 26 ของโลก
– ผู้ส่งออกและมีปริมาณสำรองน้ำมันอันดับ 4 ในอาเซียน
ข้อควรรู้
– ประชาชนของประเทศในกลุ่มอาเซียนสามารถทำวีซ่าที่ ตม.ที่ประเทศบรูไนฯ สามารถอยู่ได้นาน 2 สัปดาห์
– ควรหลีกเลี่ยงเสื้อผ้าสีเหลือง เพราะถือเป็นสีของพระมหากษัตริย์
– การทักทายจะจับมือกันเบาๆ และสตรีจะไม่ยื่นมือให้บุรุษจับ
– การใช้นิ้วชี้ไปที่คนหรือสิ่งของถือว่าไม่สุภาพ แต่จะใช้หัวแม่มือชี้แทน
– จะไม่ใช้มือซ้ายในการส่งของให้ผู้อื่น
– สตรีเวลานั่งจะไม่ให้เท้าชี้ไปทางผู้ชายและไม่ส่งเสียงหรือหัวเราะดัง
– วันหยุดคือวันศุกร์และวันอาทิตย์, วันศุกร์ 12.00-14.00 น.ทุกร้านจะปิด
– จัดงานเย็นต้องจัดหลัง 2 ทุ่ม



2.ประเทศกัมพูชา (Cambodia)
เมืองหลวง : กรุงพนมเปญ
ภาษา : ภาษาเขมร เป็นภาษาราชการ รองลงมาเป็นอังกฤษ, ฝรั่งเศส, เวียดนามและจีน
ประชากร : ประกอบด้วย ชาวเขมร 94%, จีน 4%,อื่นๆ 2%
นับถือศาสนา : พุทธ(เถรวาท) เป็นหลัก
ระบบการปกครอง : ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา โดยมีพระมหากษัตย์เป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญ
จุดแข็ง
– ค่าจ้างแรงงานต่ำที่สุดในอาเซียน
– มีทรัพยากรธรรมชาติหลากหลายและสมบูรณ์
ข้อควรรู้
– ผู้ที่เดินทางเข้ากัมพูชา และประสงค์จะอยู่ทำธุรกิจเป็นระยะเวลาเกิน 3 เดือน ควรฉีดยาป้องกันโรคไทฟอยด์ และไวรัสเอและบี
– เพื่อนผู้ชายจับมือกัน ถือเป็นเรื่องปกติ
– ผู้หญิงห้ามแต่งตัวเซ็กซี่, ผู้ชายไว้ผมยาวจะมีภาพลักษณ์ นักเลง
– ห้ามจับศีรษะ คนกัมพูชาถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่สุดของร่างกาย
– สบตามากเกินไป ถือว่าไม่ให้เกียรติ



3.ประเทศอินโดนีเซีย (Indonesia)
เมืองหลวง : จาการ์ตา
ภาษา : ภาษาอินโดนีเซีย เป็นภาษาราชการ
ประชากร : ประกอบด้วย ชนพื้นเมืองหลายกลุ่ม มีภาษามากกว่า 583 ภาษา ร้อยละ 61 อาศัยอยู่บนเกาะชวา
นับถือศาสนา : อิสลาม 87%, คริสต์ 10%
ระบบการปกครอง : ประชาธิปไตยที่มีประธานาธิปดีเป็นประมุข และหัวหน้าฝ่ายบริหาร
จุดแข็ง
– มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
– มีจำนวนประชากรมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ข้อควรรู้
– ไม่ควรใช้มือซ้ายในการรับ-ส่งของ คนมุสลิมอินโดนีเซียถือว่ามือซ้ายไม่สุภาพ
– นิยมใช้มือกินข้าว
– ไม่ควรชี้นิ้วด้วยนิ้วชี้ แต่ใช้นิ้วโป้งแทน
– ไม่จับศีรษะคนอินโดนีเซียรวมทั้งการลูบศีรษะเด็ก
– การครอบครองยาเสพติด อาวุธ หนังสือรูปภาพอนาจาร มีบทลงโทษหนัก อาทิ การนำเข้าและครอบครองยาเสพติดมีโทษถึงประหารชีวิต
– บทลงโทษรุนแรงเกี่ยวกับการค้าและส่งออกพืชและสัตว์กว่า 200 ชนิด จึงควรตรวจสอบก่อนซื้อหรือนำพืชและสัตว์ออกนอกประเทศ
– มอเตอร์ไซค์รับจ้างมีมิเตอร์
– งานศพใส่ชุดสีอะไรก็ได้



4.ประเทศลาว (Laos)
เมืองหลวง : นครหลวงเวียงจันทร์
ภาษา : ภาษาลาว เป็นภาษาราชการ
ประชากร : ประกอบด้วย ชาวลาวลุ่ม 68%, ลาวเทิง 22%, ลาวสูง 9% รวมประมาณ 68 ชนเผ่า
นับถือศาสนา : 75% นับถือพุทธ, นับถือผี 16%
ระบบการปกครอง : สังคมนิยมคอมมิวนิสต์ (ทางการลาวใช้คำว่า ระบบประชาธิปไตยประชาชน)
จุดแข็ง
– ค่าจ้างแรงงานต่ำอันดับ 2 ในอาเซียน
– การเมืองมีเสถียรภาพ
ข้อควรรู้
– ลาว มีตัวอักษรคล้ายของไทย ทำให้คนไทยอ่านหนังสือลาวได้ไม่ยากนัก ส่วนคนลาวอ่านหนังสือไทยได้คล่องมาก
– ลาวขับรถทางขวา
– ติดต่อราชการต้องนุ่งซิ่น
– เดินผ่านผู้ใหญ่ ต้องก้มหัว
– ถ้าเพื่อนคนลาวเชิญไปพักที่บ้านห้ามให้เงิน
– อย่าซื้อน้ำหอมให้กัน
– ที่ถูกต้องคนลาวที่ให้พัก ต้องแจ้งผู้ใหญ่บ้าน
– เข้าบ้านต้องถอดรองเท้า และถ้าเขาเสิร์ฟน้ำต้องดื่ม



5.ประเทศมาเลเซีย (Malaysia)
เมืองหลวง : กรุงกัวลาลัมเปอร์
ภาษา : ภาษามาเลย์ เป็นภาษาราชการ รองลงมาเป็นอังกฤษและจีน
ประชากร : ประกอบด้วย มาเลย์ 40%, จีน33%, อินเดีย 10%, ชนพื้นเมืองเกาะบอร์เนียว 10%
นับถือศาสนา : อิสลาม 60%, พุทธ 19%, คริสต์ 11%
ระบบการปกครอง : ประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา
จุดแข็ง
– มีปริมาณสำรองน้ำมันมากเป็นอันดับ 3 ในเอเชียแปซิฟิค
– มีปริาณก๊าซธรรมชาติมากเป็นอันดับ 2 ในเอเชียแปซิฟิค
ข้อควรรู้
– ผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามจะได้รับสิทธิพิเศษ คือ เงินอุดหนุนทางด้านการศึกษา สาธารณสุข การคลอดบุตรงานแต่งงานและงานศพ
– มาเลเซียมีปัญหาประชากรหลากหลายเชื้อชาติ ชาติพันธุ์ในมาเลเซียประกอบด้วยชาวมาเลย์ กว่าร้อยละ 40 ที่เหลืออีกกว่าร้อยละ 33 เป็นชาวจีนร้อยละ10 เป็นชาวอินเดีย และ อีกร้อยละ 10 เป็นชนพื้นเมืองบนเกาะบอร์เนียว
– ใช้มือขวาเพียงข้างเดียวในการรับประทานอาหาร และรับส่งของ
– เครื่องดื่มแอลกฮอล์เป็นเรื่องต้องห้าม



6.ประเทศเมียนมาร์ หรือพม่า (Myanmar)
เมืองหลวง : เนปีดอ (Naypyidaw)
ภาษา : ภาษาพม่า เป็นภาษาราชการ
ประชากร : ประกอบด้วยเผ่าพันธุ์ 135 มี 8 เชื้อชาติหลักๆ 8 กลุ่ม คือ พม่า 68%, ไทยใหญ่ 8%, กระเหรี่ยง 7%, ยะไข่ 4% จีน 3% มอญ 2% อินเดีย 2%
นับถือศาสนา : นับถือพุทธ 90%, คริสต์ 5% อิสลาม 3.8%
ระบบการปกครอง : เผด็จการทางทหาร ปกครองโดยรัฐบาลทหารภายใต้สภาสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐ
จุดแข็ง
– มีพรมแดนเชื่อมต่อกับจีน และอินเดีย
– ค่าจ้างแรงงานต่ำเป็นอันดับ 3 ในอาเซียน
– มีปริมาณก๊าซธรรมชาติเป็นจำนวนมาก
ข้อควรรู้
– ไม่ควรพูดเรื่องการเมือง กับคนไม่คุ้นเคย
– เข้าวัดต้องถอดรองเท้า ถุงเท้า
– ห้ามเหยียบเงาพระสงฆ์
– ให้นามบัตรต้องยื่นให้สองมือ
– ไม่ควรใส่กระโปรงสั้น กางเกงขาสั้น ในสถานที่สาธารณะและศาสนสถาน
– ผู้หญิงชอบทาทะนาคา (ผู้ชายก็ทาด้วย) ผู้ชายชอบเคี้ยวหมาก



7.ประเทศฟิลิปปินส์ (Philippines)
เมืองหลวง : กรุงมะนิลา
ภาษา : ภาษาฟิลิปิโน และภาษาอังกฤษ เป็นภาษาราชการ รองลงมาเป็น สเปน, จีนฮกเกี้ยน, จีนแต้จิ๋ว ฟิลิปปินส์ มีภาษาประจำชาติคือ ภาษาตากาล็อก
ประชากร : ประกอบด้วย มาเลย์ 40%, จีน33%, อินเดีย 10%, ชนพื้นเมืองเกาะบอร์เนียว 10%
นับถือศาสนา : คริสต์โรมันคาทอลิก 83% คริสต์นิกายโปรเตสแตนต์, อิสลาม 5%
ระบบการปกครอง : ประชาธิปไตยแบบประธานาธิปดีเป็นประมุขและหัวหน้าฝ่ายบริหาร
จุดแข็ง
– แรงงานทั่วไป ก็มีความรู้สื่อสารภาษาอังกฤษได้
ข้อควรรู้
– การเข้าไปประกอบธุรกิจในฟิลิปปินส์ในลักษณะต่างๆ เช่น การลงทุนร่วมกับฝ่ายฟิลิปปินส์จำเป็นต้องมีการศึกษาข้อมูลให้ละเอียด โดยเฉพาะในด้านกฎหมาย การจดทะเบียนภาษี และปัญหาทางด้านแรงงาน เป็นต้น
– เท้าสะเอว หมายถึง ท้าทาย, เลิกคิ้ว หมายถึง ทักทาย
– ใช้ปากชี้ของ
– กินข้าวบ้านเพื่อนสามารถห่อกลับได้ แต่ควรมีของฝากให้เขาด้วย
– ตกแต่งบ้าน 2 เดือน ต้อนรับคริสต์มาส



8.ประเทศสิงคโปร์ (Singapore)
เมืองหลวง : สิงคโปร์
ภาษา : ภาษามาเลย์ เป็นภาษาราชการ รองลงมาคือจีนกลาง ส่งเสริมให้พูดได้ 2 ภาษาคือ จีนกลาง และให้ใช้อังกฤษ เพื่อติดต่องานและชีวิตประจำวัน
ประชากร : ประกอบด้วยชาวจีน 76.5%, มาเลย์ 13.8%, อินเดีย 8.1%
นับถือศาสนา : พุทธ 42.5%, อิสลาม 14.9%, คริสต์ 14.5%, ฮินดู 4%, ไม่นับถือศาสนา 25%
ระบบการปกครอง : สาธารณรัฐ (ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา มีสภาเดียว) โดยมีประธานาธิปดีเป็นประมุข และนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร
จุดแข็ง
– รายได้เฉลี่ยต่อคน เป็นอันดับ 1 ในอาเซียน และอันดับ 15 ของโลก
– แรงงานมีทักษะสูง
ข้อควรรู้
– หน่วยราชการเปิดทำการวันจันทร์ – ศุกร์ ระหว่างเวลา 08.30 น.-13.00 น. และ 14.00 น. – 16.30 น. และวันเสาร์ เปิดทำการระหว่างเวลา 08.00 น. – 13.00 น.
– การหลบหนีเข้าสิงคโปร์และประกอบอาชีพเร่ขายบริการผิดกฎหมาย จะถูกลงโทษอย่างรุนแรง
– การลักลอบนำยาเสพติด อาวุธปืนและสิ่งผิดกฎหมายอื่นๆ จะได้รับโทษอย่างรุนแรงถึงขั้นประหารชีวิต
– ขึ้นบันไดเลื่อนให้ชิดซ้าย
– ห้ามทิ้งขยะเรี่ยราด, ห้ามเก็บผลไม้ในที่สาธารณะ
– ผู้สูงอายุทำงาน ถือเป็นเรื่องปกติ



9.ประเทศเวียดนาม (Vietnam)
เมืองหลวง : กรุงฮานอย
ภาษา : ภาษาเวียดนาม เป็นภาษาราชการ
ประชากร : ประกอบด้วยชาวเวียด 80%, เขมร 10%
นับถือศาสนา : พุทธนิกายมหายาน 70%, คริสต์ 15%
ระบบการปกครอง : ระบบสังคมนิยม โดยพรรคคอมมิวนิสต์เป็นพรรคการเมืองเดียว
จุดแข็ง
– มีปริมาณสำรองน้ำมันดิบมากเป็นอันดับ 2 ในเอเชียแปซิฟิค
ข้อควรรู้
– หน่วยงานราชการ สำนักงาน และองค์กรให้บริการสาธารณสุข เปิดทำการระหว่างเวลา 08.00 น. – 16.30 น. ตั้งแต่วันจันทร์ – ศุกร์
– เวียดนามไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพอาคารที่ทำการต่างๆ ของรัฐ
– คดียาเสพติดการฉ้อโกงหน่วยงานของรัฐมีโทษประหารชีวิต
– ตีกลองแทนออดเข้าเรียน
– ชุดนักเรียนหญิงเป็นชุดอ่าวหญ่าย
– คนภาคเหนือไม่ทานน้ำแข็ง
– ไม่ถ่ายรูป 3 คนอย่างเด็ดขาด เพราะถือว่าจะทำให้เบื่อกัน หรือแแยกกันหรือใครคนใดเสียชีวิต
– ต้องเชิญผู้ใหญ่ก่อนทานข้าว



10.ประเทศไทย (Thailand)
เมืองหลวง : กรุงเทพมหานคร
ภาษา : ภาษาไทย เป็นภาษาราชการ
ประชากร : ประกอบด้วยชาวไทยเป็นส่วนใหญ่
นับถือศาสนา : พุทธนิกายเถรวาท 95%, อิสลาม 4%
ระบบการปกครอง : ระบบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
จุดแข็ง
– เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงคมนาคมด้านต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียน
– มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรมที่มีชื่อเสียง
ข้อควรรู้
– ไปศาสนสถานควรแต่งกายเรียบร้อย, ก่อนเข้าอุโบสถต้องถอดรองเท้า
– ห้ามพระสงฆ์สัมผัสสตรี
– สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นที่เคารพสัการะ การละเมิดใดๆ ถือเป็นความผิดตามรัฐธรรมนูญ
– ทักทายกันด้วยการไหว้
– ถือว่าเท้าเป็นของต่ำ ไม่ควรพาดบนโต๊ะ หรือเก้าอี้ หรือหันทิศทางไปที่ใคร
– ธงชาติถือเป็นของสูง ไม่ควรนำมากระทำการใดๆที่เป็นการเหยียดหยาม
– การแสดงออกทางเพศในที่สาธารณะ ยังไม่ได้รับการยอมรับในวัฒนธรรมไทย

โทษและโรคของบุหรี่

            โทษและโรคของบุหรี่

การสูบบุหรี่ เป็นปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพอนามัยที่อาจบั่นทอนและลดอายุของผู้สูบบุหรี่โดยเฉลี่ยแล้ว 
5-10 ปี

สารอันตรายในบุหรี่
ควันบุหรี่จะประกอบไปด้วยสารเคมีที่มีอันตรายต่อสุขภาพกายของคนเราประมาณ 4000 ชนิด ซึ่งแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ได้ กลุ่ม คือ
§       กลุ่มแรกได้แก่ ทาร์ หรือ น้ำมันดิน หรือที่เห็นเป็นคราบบุหรี่ เป็นที่รวมของสารเคมีที่น่ากลัวที่สุด 
ในกลุ่มของไฮโดรคาร์บอนจะรวมตัวเป็นเป็นสารที่มีความเหนียวติดอยู่กับเนื้อปอด มีคุณสมบัติเป็น
สารก่อมะเร็งโดยตัวของมันเอง และยังมีสารที่เร่งการเจริญเติบโตของมะเร็ง หากผู้สูบบุหรี่นั้นมีมะเร็ง
อยู่ในร่างกายแล้ว
§       กลุ่มที่สอง ได้แก่ นิโคติน ซึ่งจัดเป็นสารที่มีการกระตุ้นสมองและประสาทส่วนกลางได้ในระยะ
แรกแต่ระยะต่อมาจะมีฤทธิ์กดระบบประสาท นอกจากนี้ยังทำให้เส้นเลือดหดตัว มีผลทำให้ความดัน
โลหิตสูงขึ้นกระตุ้นหัวใจให้เต้นเร็วขึ้นด้วย นิโคตินนี่เองที่มีส่วนทำให้คนที่สูบบุหรี่อยากสูบอยู่เรื่อย ๆ
§       กลุ่มที่สาม ได้แก่ ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ซึ่งมีความเข้มข้นสูงในควันบุหรี่จะไปขัดขวางการ
รับออกซิเจนของเม็ดเลือดแดง  ทำให้ไขมันพอกพูนตามผนังเส้นเลือดมากขึ้น ทำให้เส้นเลือดตีบ 
สายตาเสื่อม ลดประสิทธิภาพในการตัดสินใจและลดการตอบสนองต่อเสียง ซึ่งเป็นอันตรายต่อคน
ขับรถ นักบิน และ ลดสมรรถภาพของนักกีฬาด้วย

โรคต่าง ๆ ที่เกิดจากการสูบบุหรี่

§       โรคมะเร็งปอด เกิดจากสารมีพิษในบุหรี่ คือ ทาร์” อัตราการตายด้วยโรคมะเร็งปอดในผู้สูบ
บุหรี่เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ไม่สูบบุหรี่ มีอัตราส่วนสูงกว่าถึง 10 : 1 หากแพทย์ตรวจพบเชื้อในระยะแรก
และได้รับการผ่าตัดเอาก้อนมะเร็งออกได้หมดจะยังมีโอกาสหายขาดได้ แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่เมื่อมา
พบแพทย์และวินิจฉัยได้ ระยะทำการรักษาหรือผ่าตัดให้หายขาดได้
§       โรคหัวใจ และหลอดเลือด เกิดจากสารนิโคตินในบุหรี่ ซึ่งเป็นสารที่มีพิษ และอันตรายทำให้
หัวใจหลอดเลือด กระเพาะอาหาร ลำไส้ และระบบประสาททำงานผิดปกติ ทำให้ความดันเลือดเพิ่มขึ้น
 หัวใจเต้นเร็วขึ้น เกิดการระคายเคืองต่อกล้ามเนื้อหัวใจ และเกิดภาวะหลอดเลือดทั่วไปหดตัว อัตรา
การเป็นโรคหัวใจขาดเลือดในชายที่สูบบุหรี่จะมีมากกว่าในชายที่ไม่สูงบุหรี่ประมาณร้อยละ 60-70 
และในหญิงที่สูบบุหรี่ซึ่งรับประทานยาคุมกำเนิดด้วยจะมีโอกาสเป็นโรคนี้มากว่าหญิงที่ไม่สูบบุหรี่ 
และไม่รับประทานยาคุมกำเนิถึง 10 เท่า นอกจากนี้การสูบบุหรี่ยังทำให้เกิดหลอดเลือดในสมองอุด
ตันเป็นอัมพาต หลอดเลือดตามแขนขาอุตันเป็นแผลตามผิวหนังจากการขาดเลือด และมีการสะสม
ของไขมันตามผนังของหลอดเลือดขนาดกลาง แลใหญ่
§       โรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง และถุงลมโป่งพอง เป็นโรคที่พบบ่อยมากในผู้ชายมากว่าผู้หญิง
 และสาเหตุสำคัญที่สุดของการเกิดโรคนี้ก็คือ การสูบบุหรี่ ผู้ป่วยจะมีอาการไอเรื้อรัง มีเสมหะ
 เหนื่อยง่าย เมื่อเป็นแล้วไม่มีทางที่แพทย์จะรักษาให้หายขาดได้ เมื่อเป็นมากขึ้นจะทำอะไรไม่ไหว
 แม้จะอาบน้ำหรือหวีผมกเหนื่อต้องดมออกซิเจนรอความตายอย่างทรมานในระยะสุดท้าย ถ้าเลิก
สูบบุหรี่ได้อาจทำให้อาการดีขึ้นแต่ไม่หายขาด
§       โรคแผลในกระเพาะอาหาร ในปัจจุบันพบว่ามีผู้ที่เป็นโรคแผลในกระเพาะอาหารมากขึ้นเป็น
 เท่า ในพวกที่สูบบุหรี่ เพราะการสูบบุหรี่ทำให้มีภาวะไม่สมดุลในการหลั่งของกรด และด่างใน
กระเพาะ
§       ผลร้ายต่อเด็กในครรภ์ และทารก มารดาที่สูบบุหรี่ระหว่างตั้งครรภ์มีผลต่อเด็กทารกคือ
-          ทารกเล็กกว่าปกติ และน้ำหนักตัวเด็กเมื่อแรกเกิดต่ำกว่าเด็กที่มารดาไม่สูบบุหรี่
-          ระยะเวลาการตั้งครรภ์สั้นลง มีผลทำให้เด็กคลอดก่อนกำหนด และมีโอกาสเสียชีวิตได้มาก
-          อัตราการแท้งสูงขึ้น และค่อนข้างจะเรียนรู้ช้ากว่าปกติ
-          โอกาสที่จะเกิดโรคแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ และคลอดบุตรเพิ่มขึ้น
-          มีความพิการแต่กำเนิด
-          การหลั่งน้ำนมจะลดคุณภาพของน้ำนม โดยมีสารเคมีซึ่งไม่จำเป็นที่ต้องการไปสู่เด็ก
           การที่คนเราหายใจเอาควันบุหรี่ หรือสูดควันบุหรี่ในสิ่งแวดล้อมที่มีการสูบบุหรี่ ไม่ว่าจะเป็น
ที่บ้าน ที่ทำงาน ร้านอาหาร หรือที่ใดก็ตาม เราเรียกว่า ผู้สูบบุหรี่มือสอง การหายใจเอาควันบุหรี่
ที่ผู้อื่นสูบเข้าสู่ปอด ควันบุหรี่ที่ล่องลอยอยู่นั้น จะประกอบด้วยควันบุหรี่ที่ผู้สูบบุหรี่พ่นออกมา และ
ควันที่ลอยจากปลายมวนบุหรี่ที่อยู่ระหว่างการสูบ โดยควันบุหรี่ที่พ่นจากปากผู้สูบจะมีสารพิษ
น้อยลง เนื่องจากปอดของผู้สูบได้ดูดซับสารพิษบางส่วนไว้แล้ว ขณะที่ควันที่ลอยจากปลายมวน
บุหรี่ขณะที่ไม่ได้สูบ มีความเข้มข้นของสารพิษสูงกว่าและมีขนาดเล็กกว่าควันที่ถูกพ่นออกจาก
ปากผู้สูบ จึงสามารถผ่านลงไปในปอดได้ลึกกว่า
จากการตรวจวิเคราะห์ปัสสาวะ เลือด และน้ำลาย สามารถพิสูจน์ได้ว่า การหายใจเอาควันบุหรีในอากาศรอบตัวโดยไม่ได้สูบบุหรี่ทำให้รับสารพิษจากควันบุหรี่เข้าสู้ร่างกายได

แบบฝึกหัด


แบบฝึกหัด
1. ฐานข้อมูล หมายถึง
    ก. วิธีในการจัดการกับข้อมูลที่เรามีอยู่ให้อยู่ในระบบ
    ข. การเปลี่ยนแปลงข้อมูล
    ค. การเพิ่มหรือลดข้อมูล
    ง. ไม่มีข้อใดถูก
2. คำศัพท์ต่างๆ ที่ต้องรู้จักในระบบฐานข้อมูลมีอะไรบ้าง
    ก. Entity
    ข. Attribute
    ค. Relationships
    ง. ถูกทุกข้อ
3. ลักษณะของเอนทิตี้ ( Entity )   คืออะไร
    ก. วิธีในการจัดการกับข้อมูลที่เรามีอยู่ให้อยู่ในระบบ 
    ข. เป็นคำที่อ้างอิงถึงบุคคบ สถานที่ และสิ่งของต่างๆ เช่น สินค้า ใบสั่งซื้อ และลูกค้า เป็นต้น
    ค. การทำความเข้าใจเกี่ยวกับระบบฐานข้อมูลเช้งสัมพันธ์ 
    ง.  ถูกทุกข้อ
4. แอตทริบิวต์ (Attribute ) คืออะไร
    ก. วิธีในการจัดการกับข้อมูลที่เรามีอยู่ให้อยู่ในระบบ 
    ข. เป็นคำที่อ้างอิงถึงบุคคบ สถานที่ และสิ่งของต่างๆ เช่น สินค้า ใบสั่งซื้อ และลูกค้า เป็นต้น
    ค. เป็นข้อมูลที่แสดงลักษณะของเอนทิตี้ เช่น แอตทริบิวต์ของเอนทิตี้ลูกค้า จะมีชื่อ ที่อยู่ และรหัสไปรษณีย์
    ง. จำนวนสินค้าที่สั่ง และราคาสินค้า เป็นต้น 
5. ฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ มีลักษณะอย่างไร
    ก. การรวบรวมเอนทิตี้ที่อยู่ในระบบที่มีความสัมพันธ์ระหว่างกันเข้าไว้ด้วยกัน
    ข. การรวบรวมเอนทิตี้ที่อยู่ในระบบที่มีความสัมพันธ์ระหว่างกันเข้าไว้คนละที่
    ค. การรวบรวมเอนทิตี้
    ง. การรวบรวมเอนทิตี้ที่เหมือนกันอยู่ด้วยกัน
6. ลักษณะของฟิลด์และเรคอร์ทข้อใดกล่าวถูกต้องมากที่สุด
    ก. เรคอร์ทจะมีขนาดเล็กกว่าฟิลด์
    ข. เรคอร์ทและฟิลด์ไม่สามารถรวมตัวกันได้
    ค. ฟิลด์มีขนาดเล็กกว่าเรคอร์ท
    ง. อักขระต่างๆ หลายๆ ตัวรวมกันจะเป็นฟิลด์  ฟิลด์หลายๆฟิลด์มารวมกันเป็น เรคอร์ท
7. ตารางเกิดจากอะไร
    ก. ฟิลด์หลายๆ ฟิลด์
    ข. การนำเรคอร์ทหลาย ๆ เรคอร์ทมารวมกัน
    ค. การรวบรวมเอนทิตี้
    ง. ไม่มีข้อใดถูก
8. จุดประสงค์ในการออกแบบฐานข้อมูลมีกี่ข้อ  
    ก. 2
    ข. 3
    ค. 4
    ง. 5
9. ขั้นตอนในการออกแบบฐานข้อมูล ข้อใดเรียงลำดับถูกต้อง
    1. กำหนดคิย์หลัก
    2. ทำการเปลี่ยนเอนทิตี้ที่ได้ไปอยู่ในรูปตาราง
    3. กำหนดความสัมพันธ์ระหว่างเอนทิตี้ต่างๆ
    4. กำหนดเอนทิตี้ทุกตัวในระบบฐานข้อมูลนั้นๆ 
    ก. 1  2  3  4
    ข. 2  3  4  1
    ค. 4  1  3  2
    ง. 3  4  2  1
10. ข้อใดไม่ใช่จุดประสงค์ของการ Normalezation
    ก. ลดความซ้ำซ้นอของข้อมูลในตาราง
    ข. ทำให้การเปลี่ยนแปลงแก้ไขโครงสร้างของตารางในภายหลังทำให้ง่าย
    ค. ทำให้การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างฐานข้อมูลมีผลกระทบต่อแอพพลิเคชั่นที่เข้าถึงน้อยที่สุด
    ง. ทำการเปลี่ยนแปลงแอนทิตี้ที่ได้ไปอยู่ในตาราง


เฉลย 


1. ตอบ  ก
2. ตอบ  ง
3. ตอบ  ข
4. ตอบ  ค
5. ตอบ  ก
6. ตอบ  ง
7. ตอบ  ข
8. ตอบ  ง
9. ตอบ  ค
10. ตอบ  ง